วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

ทางลัดครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

ทางลัดครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

http://www.ainews1.com/article870.html

โอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต ท่านคิดว่าจะมีความหมายต่อชีวิตของคนไทยอย่างไร ..ก็ยังนึกไม่ออกนะ ว่าในช่วง Transformationของโลก ที่กำลังดำเนินอยู่นี้ อะไรๆที่คนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้ เช่นทางลัดครั้งเดียว และเป็นครังแรกของมหาชนชาวไทย ทั่วทุกหมู่เหล่า ได้เกิดขึ้นแล้ว...ที่ไหนล่ะ

แม้ทาง Google จะขึ้นรายการจากคำค้น วาระแห่งชาติกับ 3.9G เอาไว้หลายหน้าติดต่อกันก็ตาม

ชาวไทยส่วนใหญ่ที่ได้มาพบเข้าก็ยังไม่เข้าใจความสำคัญต่อชาติไทยที่กำลังปรากฏอยู่ต่อหน้าต่อตา และไม่ได้เฉลียวใจว่าที่หน้าท้ายๆเป็นสาระของ 3.9G ของ ทีโอที ของรัฐบาล และของ กทช.ที่บอกเล่าเรื่องราวของบอร์ดแบนด์ของประเทศไทยได้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว และได้ผ่านเลยไปโดยไม่ได้ลงไปดู ศึกษาพิจารณาในรายละเอียด ผ่านเลยไป โดยมิได้รู้ตัวว่า ในชีวิตของตนเอง ได้เฝ้าค้นหาโอกาสและงานอาชีพ หรือหนทางลัดที่จะช่วยการดำรงค์ชีวิตของตนและครอบครัว และมีโอกาสได้ช่วยประเทศชาติได้ทุกๆคนได้อีกด้วย

หมู่คนเหล่านี้เมื่อผ่านเลยโอกาสดีๆครั้งแรกในชีวิตของตนไปเสียแล้ว ต้องรอให้คนอื่นๆอีกนับหมื่นนับแสนได้ค้นพบโอกาสครั้งเดียวในชีวิต และเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงค่าการตลาดมือถือกองใหญ่โตทุกๆเดือนร่วม 8,000 ล้านบาท จะได้นำเม็ดเงินกองนี้มาแบ่งปันกลับคืนสู่กระเป๋าของผู้ใช้มือถือ ได้จำนวนนับแสนนับล้านในแต่ละเดือนทีเดียว แล้วอย่างนี้มันน่าเสียดายโอกาสไหมล่ะ

พูดมาถึงตรงนี้ หลายๆคนฟังแล้วก็ยังอาจไม่เข้าใจอยู่ดี ที่เม็ดเงินค่าการตลาดมือถือกองใหญ่โตนี้ เคยตกอยู่ในอาณํติของเจ้าของค่ายสัมปทานมือถือทุกค่าย ในระบบ 2G มาเนิ่นนาน จนตนเองไม่เคยคาดคิดว่าจะมีโอกาสนำมาแบ่งปันกลับคืนให้แก่ผู้ใช้มือถือ และเจ้าของธุรกิจรายย่อยทั่วประเทศได้

เมื่อมีโอกาสที่จะมีส่วนได้รับเงินค่าการตลาดก้อนนี้ ท่านว่ามันเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวและครั้งแรกของชาวไทยไหม และทุกๆคนจะใช้มันให้เป็นทางลัดของทุกๆชีวิตได้อย่างไร ในเมื่อทุกคนได้พบว่าเม็ดเงินกองนี้มันมีอยู่จริงทุกๆเดือนแล้ว ก็ค้นหาต่อไปว่ามีอุปกรณ์ใดอยู่บ้าง ที่จะช่วยเราให้ได้รับส่วนแบ่งการตลาดกองใหญ่นี้บ้างสักเดือนละ 4-5 ล้านบาท หรือบางคนได้พบแล้วจะเตรียมการล่วงหน้ารองรับรายได้หลายๆสิบล้านหรือหลายๆร้อยล้านต่อเดือน ให้ตนเองมีภารกิจช่วยชาติได้มากขึ้น กว้างขวางมากขึ้น ใช้เวลาให้สั้นที่สุดในการขยายเครือข่ายผู้บริโภค 3.9G TOT กับ SSN ให้ทั่วถึงทั้งประเทศอย่างรวดเร็ว

โดยไม่ต้องคำนึงถึงโครงข่ายสัญญาน ลงทุนซื้อที่ดินตาบอดราคาถูกๆเอาไว้ล่วงหน้า อีกไม่กี่เดือนถนน 12 เลนก็จะตัดผ่านที่ดินราคาแพงริบริ่วของเราแล้ว มองอย่างคนสายตายาวและแหลมคม เช่นในบางพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก ที่ยังไม่มีข่ายสัญญานทีโอทีเกิดขึ้น แต่ประชาชนก็ได้เข้ามาทำงานขยายเครือข่ายผู้บริโภคกับ SSN โดยมิชักช้า สิงเหล่านี้ที่พูดถึงทั้งหมด สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องด้วยปัจจัยทางด้านการตลาด ยังเพิ่มเริ่มต้นเท่านั้น ทั่วทั้งประเทศมีความต้องการใช้ ซิม 3.9G ถึง 90 ล้านซิมทีเดียว ใช้กับมือถือ ใช้กับแลปท๊อบ หรือไอแพด ใช้กับซีพียูที่บ้านรวมแล้วคนหนึ่งใช้มากกว่า 1 ซิมขึ้นไปถึง 3-4 ซิมเป็นต้น

โอกาสและทางลัดเหล่านี้ แสดงตนอยู่อย่างเปิดเผยใน Google เมื่อได้ค้นคำว่า 'วาระแห่งชาติกับ 3.9G' กูเกิล มีสัญชาติอเมริกันยังสนับสนุนเต็มที่ ให้โอกาสแก่คนไทยทุกคนที่ใช้มือถือเข้ามาช่วยชาติ ได้ใช้ และยังมีรายได้กลับมา 4-5 ล้านบาทต่อรหัสในแต่ละเดือนอีกด้วย

ชาวไทยที่มีโอกาสได้อ่านเว็บเพจนี้แล้ว อย่าได้นิ่งเฉยอยู่ คนอื่นๆที่ทราบแล้วเอาใจใส่ ค้นหาความจริงอย่างขมักเขม้น เขาจะแซงหน้าเราไปเสียหมด ปล่อยให้เราที่เคยพบมาก่อน ต้องอยู่ท้ายๆคิว แล้วปลาในทะเลขณะนั้นจะเหลือให้จับอีกซักกี่มากน้อย แม้จะมีอุปกรณ์การตลาดดีเพียงใด ตลาดอาจจะใกล้วายไปแล้วก็ได้ในโลกยุคดิจิทอล ไม่เคยรอท่าใครนาน

เป็นโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียว ที่คนไทยมีโอกาสพบทางลัด ไปสู่เป้าหมายของทุกๆคน ในด้านช่วยชาติ และแสวงหารายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวและประเทศชาติไปพร้อมๆกัน

ส่วนทางลัดของชีวิตในทางธรรมก็เช่นเดียวกัน เวลาไม่รอท่าใคร ไม่มีใครรู้ว่าวันข้างหน้าจะประสบเคราะห์กรรมอย่างไรบ้าง และจะหนักหนาแค่ไหน หากเราจะเตรียมจิตใจให้พร้อมอย่างรวดเร็ว ทางลัดอาจเป็นที่พึ่งที่ดีทีเดียว ท่านที่สนใจเตรียมพร้อมจิตใจของท่าน เมื่อเลื่อนลงไปท้ายเพจ ของ ainews1.com คลิ๊กที่นั่นจะพาท่านไปยังสารบัญสาธารณะ ในคอลั่มที่ 2 ท่านจะค้นพบทางลัด สำหรับจิตใจของทุกๆท่าน ที่จะทำความเข้าใจ และลงมือปฏิบัติได้ทันทีอย่างรวดเร็ว ทันแก่กาลเวลาและยุคสมัย ที่พ่อเกิดแม่เกิดของทุกๆชีวิตได้เปิดโอกาสให้แล้ว ขอโมทนาด้วยกับทุกๆท่าน

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพของตนเอง ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์/article385.html Bookmark and Share

ทางลัดครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

ทางลัดครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

http://www.ainews1.com/article870.html

โอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต ท่านคิดว่าจะมีความหมายต่อชีวิตของคนไทยอย่างไร ..ก็ยังนึกไม่ออกนะ ว่าในช่วง Transformationของโลก ที่กำลังดำเนินอยู่นี้ อะไรๆที่คนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้ เช่นทางลัดครั้งเดียว และเป็นครังแรกของมหาชนชาวไทย ทั่วทุกหมู่เหล่า ได้เกิดขึ้นแล้ว...ที่ไหนล่ะ

แม้ทาง Google จะขึ้นรายการจากคำค้น วาระแห่งชาติกับ 3.9G เอาไว้หลายหน้าติดต่อกันก็ตาม

ชาวไทยส่วนใหญ่ที่ได้มาพบเข้าก็ยังไม่เข้าใจความสำคัญต่อชาติไทยที่กำลังปรากฏอยู่ต่อหน้าต่อตา และไม่ได้เฉลียวใจว่าที่หน้าท้ายๆเป็นสาระของ 3.9G ของ ทีโอที ของรัฐบาล และของ กทช.ที่บอกเล่าเรื่องราวของบอร์ดแบนด์ของประเทศไทยได้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว และได้ผ่านเลยไปโดยไม่ได้ลงไปดู ศึกษาพิจารณาในรายละเอียด ผ่านเลยไป โดยมิได้รู้ตัวว่า ในชีวิตของตนเอง ได้เฝ้าค้นหาโอกาสและงานอาชีพ หรือหนทางลัดที่จะช่วยการดำรงค์ชีวิตของตนและครอบครัว และมีโอกาสได้ช่วยประเทศชาติได้ทุกๆคนได้อีกด้วย

หมู่คนเหล่านี้เมื่อผ่านเลยโอกาสดีๆครั้งแรกในชีวิตของตนไปเสียแล้ว ต้องรอให้คนอื่นๆอีกนับหมื่นนับแสนได้ค้นพบโอกาสครั้งเดียวในชีวิต และเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงค่าการตลาดมือถือกองใหญ่โตทุกๆเดือนร่วม 8,000 ล้านบาท จะได้นำเม็ดเงินกองนี้มาแบ่งปันกลับคืนสู่กระเป๋าของผู้ใช้มือถือ ได้จำนวนนับแสนนับล้านในแต่ละเดือนทีเดียว แล้วอย่างนี้มันน่าเสียดายโอกาสไหมล่ะ

พูดมาถึงตรงนี้ หลายๆคนฟังแล้วก็ยังอาจไม่เข้าใจอยู่ดี ที่เม็ดเงินค่าการตลาดมือถือกองใหญ่โตนี้ เคยตกอยู่ในอาณํติของเจ้าของค่ายสัมปทานมือถือทุกค่าย ในระบบ 2G มาเนิ่นนาน จนตนเองไม่เคยคาดคิดว่าจะมีโอกาสนำมาแบ่งปันกลับคืนให้แก่ผู้ใช้มือถือ และเจ้าของธุรกิจรายย่อยทั่วประเทศได้

เมื่อมีโอกาสที่จะมีส่วนได้รับเงินค่าการตลาดก้อนนี้ ท่านว่ามันเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวและครั้งแรกของชาวไทยไหม และทุกๆคนจะใช้มันให้เป็นทางลัดของทุกๆชีวิตได้อย่างไร ในเมื่อทุกคนได้พบว่าเม็ดเงินกองนี้มันมีอยู่จริงทุกๆเดือนแล้ว ก็ค้นหาต่อไปว่ามีอุปกรณ์ใดอยู่บ้าง ที่จะช่วยเราให้ได้รับส่วนแบ่งการตลาดกองใหญ่นี้บ้างสักเดือนละ 4-5 ล้านบาท หรือบางคนได้พบแล้วจะเตรียมการล่วงหน้ารองรับรายได้หลายๆสิบล้านหรือหลายๆร้อยล้านต่อเดือน ให้ตนเองมีภารกิจช่วยชาติได้มากขึ้น กว้างขวางมากขึ้น ใช้เวลาให้สั้นที่สุดในการขยายเครือข่ายผู้บริโภค 3.9G TOT กับ SSN ให้ทั่วถึงทั้งประเทศอย่างรวดเร็ว

โดยไม่ต้องคำนึงถึงโครงข่ายสัญญาน ลงทุนซื้อที่ดินตาบอดราคาถูกๆเอาไว้ล่วงหน้า อีกไม่กี่เดือนถนน 12 เลนก็จะตัดผ่านที่ดินราคาแพงริบริ่วของเราแล้ว มองอย่างคนสายตายาวและแหลมคม เช่นในบางพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก ที่ยังไม่มีข่ายสัญญานทีโอทีเกิดขึ้น แต่ประชาชนก็ได้เข้ามาทำงานขยายเครือข่ายผู้บริโภคกับ SSN โดยมิชักช้า สิงเหล่านี้ที่พูดถึงทั้งหมด สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องด้วยปัจจัยทางด้านการตลาด ยังเพิ่มเริ่มต้นเท่านั้น ทั่วทั้งประเทศมีความต้องการใช้ ซิม 3.9G ถึง 90 ล้านซิมทีเดียว ใช้กับมือถือ ใช้กับแลปท๊อบ หรือไอแพด ใช้กับซีพียูที่บ้านรวมแล้วคนหนึ่งใช้มากกว่า 1 ซิมขึ้นไปถึง 3-4 ซิมเป็นต้น

โอกาสและทางลัดเหล่านี้ แสดงตนอยู่อย่างเปิดเผยใน Google เมื่อได้ค้นคำว่า 'วาระแห่งชาติกับ 3.9G' กูเกิล มีสัญชาติอเมริกันยังสนับสนุนเต็มที่ ให้โอกาสแก่คนไทยทุกคนที่ใช้มือถือเข้ามาช่วยชาติ ได้ใช้ และยังมีรายได้กลับมา 4-5 ล้านบาทต่อรหัสในแต่ละเดือนอีกด้วย

ชาวไทยที่มีโอกาสได้อ่านเว็บเพจนี้แล้ว อย่าได้นิ่งเฉยอยู่ คนอื่นๆที่ทราบแล้วเอาใจใส่ ค้นหาความจริงอย่างขมักเขม้น เขาจะแซงหน้าเราไปเสียหมด ปล่อยให้เราที่เคยพบมาก่อน ต้องอยู่ท้ายๆคิว แล้วปลาในทะเลขณะนั้นจะเหลือให้จับอีกซักกี่มากน้อย แม้จะมีอุปกรณ์การตลาดดีเพียงใด ตลาดอาจจะใกล้วายไปแล้วก็ได้ในโลกยุคดิจิทอล ไม่เคยรอท่าใครนาน

เป็นโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียว ที่คนไทยมีโอกาสพบทางลัด ไปสู่เป้าหมายของทุกๆคน ในด้านช่วยชาติ และแสวงหารายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวและประเทศชาติไปพร้อมๆกัน

ส่วนทางลัดของชีวิตในทางธรรมก็เช่นเดียวกัน เวลาไม่รอท่าใคร ไม่มีใครรู้ว่าวันข้างหน้าจะประสบเคราะห์กรรมอย่างไรบ้าง และจะหนักหนาแค่ไหน หากเราจะเตรียมจิตใจให้พร้อมอย่างรวดเร็ว ทางลัดอาจเป็นที่พึ่งที่ดีทีเดียว ท่านที่สนใจเตรียมพร้อมจิตใจของท่าน เมื่อเลื่อนลงไปท้ายเพจ ของ ainews1.com คลิ๊กที่นั่นจะพาท่านไปยังสารบัญสาธารณะ ในคอลั่มที่ 2 ท่านจะค้นพบทางลัด สำหรับจิตใจของทุกๆท่าน ที่จะทำความเข้าใจ และลงมือปฏิบัติได้ทันทีอย่างรวดเร็ว ทันแก่กาลเวลาและยุคสมัย ที่พ่อเกิดแม่เกิดของทุกๆชีวิตได้เปิดโอกาสให้แล้ว ขอโมทนาด้วยกับทุกๆท่าน

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพของตนเอง ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์/article385.html Bookmark and Share

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

ทางลัดและอุปกรณ์ช่วยชาติ

ทางลัดและอุปกรณ์ช่วยชาติ

http://www.ainews1.com/article869.html

เวลาที่ชาวโลกกำลังจะต้องเผชิญต่อความเปลี่ยนแปลงยุคสำคัญอีกวาระหนึ่งนั้น หรือ Transformation ของโลกเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลา จนกว่าจะสิ้นสุดในอีกประมาณ 100 ปีข้างหน้า ภารกิจใดโดยเฉพาะที่ชนชาวไทยทั่วประเทศทุกหมู่เหล่าจะเข้ามาช่วยชาติได้ ในช่องทางต่างๆตามถวามถนัดของแต่ละคน ก็ให้เร่งรีบพิจารณาศึกษาหาข้อมูลต่างๆ เข้าใจแล้วรีบดำเนินการทันที

เจ้าของธุรกิจรายย่อยทั่วประเทศ ในสินค้าใดๆก็ตาม ยังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่เป็นมิตรกับทุกๆสาขาอาชีพ นั่นคือแอร์ไทม์ค่าโทรศัพท์ โดยเฉพาะ โทรศัพท์ 3.9G ของ TOT ซึ่งต่อยอดมาจากระบบ 3G ทำความเร็วสูงขึ้นถึง 42 Mbps ทีเดียว เร็วกว่า 3 G 20 เท่าตัว และประหยัดเวลาการทำงานและค่าแอร์ไทม์ได้เพิ่มมากขึ้น แม้จะออนไลน์อยู่ตลอดเวลาก็ตาม คิดค่าดาวน์โหลดคอนเท้นท์เพียงเม็กละ 75 สตางค์เท่านั้น

ในหัวข้อเรื่องพูดถึงทางลัด ในการเป็นเจ้าของธุรกิจ (ส่วนตัว) นั้นและยังใช้เงินลงทุนน้อย เทียบไม่ได้กับมูลค่าการตลาดที่จะได้รับภายหลัง แล้วยังนำไปต่อยอดธุรกิจอื่นๆได้ทุกชนิดอีกด้วย ทำให้ทุกๆคนที่ทราบโอกาส มีแต่ความชื่นมั่น ได้มีส่วนเข้ามาช่วยชาติ และยังได้ใช้ และยังมีรายได้กลับมาอีกนับ ล้านๆบาทในแต่ละรหัส/เดือนอีกด้วย

ที่ว่าคนทำธุรกิจ ต้องการหาทางลัด และตัวสินค้าที่เป็นที่ต้องการของผู้ใช้ทุกเดือนที่หมดไป ต้องกลับมาซื้อซ้ำใหม่ โดยไม่ต้องมีใครมากระตุ้นเตือน ใช่แล้วค่าแอร์ไทม์โทรศัพท์เป็นคำตอบที่หลายๆคนรอมานานหลายปี ว่าเมื่อไรจึงจะเสร็จออกมาใช้ได้ และมูลค่าธุรกิจค่าแอร์ไทม์แต่ละปี มากถึง 500,000 ล้านบาทมีเดียว...เทียบกับธุรกิจขายตรงอาหารเสริมและเครื่องสำอาง 500 กว่าบริษัทมียอดจำหน่ายได้เพียงปีละ 6 หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น

นอกจากนี้ผู้เข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจ ยังได้มีส่วนร่วมกันช่วยชาติอีกด้วย หากทำกันอย่างกว้างขวางทั่วประเทศจะช่วยให้ประเทศชาติมีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นในวงจรเศรษฐกิจชาติอีกประมาณ 20% ของเงินงบประมาณประเทศทีเดียว ท่านลองคิดดูหากนำเงิน อีกปีละ 500,000 ล้านบาทเข้ามาเพิ่มในวงจรเศรษฐกิจ ย่อมจะเกิดความคล่องตัวทางการเงินขึ้นในประเทศของเรามากทีเดียว ลำพังค่าการตลาดมือถือที่มีมากถึงเดือนละ 8,000 ล้านบาท หากได้นำมากระจายจ่ายคืนให้แก่ผู้ใช้โทรศัพท์อีกด้วย ก็จะยิ่งช่วยกระจายรายได้ไปทั่วประเทศ ที่เราจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์กันอยู่แล้ว และยังใช้ประชุมทางไกลได้อีก ประหยัดค่าเดินทางและเวลา ของผู้ที่ต้องเข้าร่วมประชุม

เกริ่นมาตั้งนาน หลายๆท่านคงรอฟังอยู่ว่า แล้วทางลัดที่ว่านั้น แพงไม๊ ต้องลงทุนมากไหม คืนทุนนานไหม และจะช่วยชาติได้จริงหรือ ลงทุนเพียงรหัสละ 750 บาทตลอดไป พร้อมกับเติมเงินอีกเดือนละ 500 บาท ในคำตอบเหล่านี้มีอยู่ในเว็บเพจต่างๆ ในกูเกิล อย่างแพร่หลาย ที่แจกแจงเรื่องราวแต่ละมุม ที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องๆไป ว่าเป็นจริงและที่กำลังทำกันอยู่แม้ว่าเครือข่ายสัญญานจะยังไปไม่ถึง ชนชาวไทยเหล่านั้นก็ไม่รีรอรีบลงทุนซื้อที่ดินตาบอดเอาไว้รอราคาก่อนล่วงหน้าเลยทีเดียว เช่นบางพื้นที่ของพิษณุโลกเป็นต้น

ในหมู่คนที่มีโอกาสได้ทราบทางลัดช่วยชาติ ครั้งเดียวและครั้งแรก และนำไปต่อยอดให้แก่ธุรกิจเดิมของตน หรือของเพื่อนๆ หรือองค์กรต่างๆ ที่ล้วนต้องใช้ซิมโทรศัพท์ และเติมเงินค่าแอร์ไทม์ ทั้งนั้น หากเรามีโอกาสเลือกครือข่ายของ SSNกับ TOT ใช้ 3.9G ฟรีในเครือข่ายเดียวกันตลอดเวลา ได้ช่วยชาติ แล้วยังมีรายได้คืนกลับมาถึง 4 ล้านกว่าบาทในแต่ละเดือนต่อรหัส ใครได้ทราบรายละเอียดแล้ว จะไม่รอช้ารีบเข้ามาเริ่มดำเนินการช่วยชาติทันที ได้ช่วยตนเอง เพื่อนฝูงและครอบครัว ล้วนเป็นผลดีต่อทุกๆภาคส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

สำหรับหลายๆคนที่ค้นหาทางลัดสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว และยังแถมได้ช่วยชาติอีกด้วย คงจะใช้เวลาค้นหารายละเอียดที่ปรากกในเว็บเพจต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อย่างเร่งด่วนจริงจัง ให้เกิดความรู้ครบวงจร ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในขนาดต่างๆกันไป แล้วแต่เป้าหมายของแต่ละคน ว่าจะจับปลาในมหาสมุทรที่มีมากมาย นับ 90 ล้านซิม ด้วยอุปกรณ์การตลาดของ SSN ที่เราขอเข้าไปลงทุนร่วมด้วยเท่าที่ต้องการ แล้วท่านที่ปรึกษาของบริษัท ยังมีการติวเข้มออกแบบแผนปฏิบัติการ ที่นำไปใช้ในสนามได้ทันที โดยเคยใช้ได้ผลสำเร็จเป็นอย่างดีมาแล้วในวงการประกัน ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับสินค้าแอร์ไทม์โทรศัพท์มือถือ 3.9G ซึ่งสะดวกง่ายกว่าการขายกรมธรรม์ประกันเป็นไหนๆ ทุกคนที่ต้องการความสำเร็จอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์กับทีมงานของเรา สามารถนำไปใช้ซ้ำได้ทันทีทุกคน ไม่ต้องมาควานหาหนทางลัดต่างๆด้วยตนเองกับธุรกิจนี้อีกต่อไป

ทุกทราบข่าวแล้วรีบรวมกลุ่มกับเพื่อนคู่หูอีก 4 คนเป็น 1+4 แล้วติดต่อจองคิวเข้าติวเข้มที่สมศักดิ์ ที่ปรากฏเบอร์โทรอยู่ท้ายหน้าเพจนี้ได้ทันที

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพของตนเอง ทั้งด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

แปดอาทิตย์พิชิตเบนซ์

แปดอาทิตย์พิชิตเบนซ์

http://www.ainews1.com/article868.html

ชาวไทยส่วนใหญ่อาจยังไม่ทราบว่า บจม.ทีโอที ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น 100% ได้รับเงินงบประมาณ ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 เป็นเงิน 16,000 ล้านบาท นำมาสร้างโครงการบอร์ดแบนด์ 3.9G ต่อยอดจาก 3G ซึ่งปกติมีความเร็วเพียง 2 Mbps เป็น 42 Mbps ทำให้ประหยัดในการใช้งานและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำหลายๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน บนความถี่คลื่น 2,100 MHz มาตรฐานโลกและได้ให้ 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ ดำเนินการติดตั้งโครงข่ายในจังหวัดต่างๆมาแล้วปีเศษเปิดใช้งานไปด้วยพร้อมๆกัน อย่างไม่เป็นทางการกว่า 20 จังหวัดแล้ว ตรวจสอบพื้นที่บริการได้ที่ tot3g.net แต่ถ้าตรวจสอบสภาพสัญญานในพื้นที่จริงอาจเริ่มต้นใช้งานได้แล้ว โดยคณะกรรมการ ทีโอทีได้คัดเลือกให้บริษัท SSN ซึ่งมีท่านพลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร อดีตรอง ผบทบ.เป็นประธาน เข้ามารับงานด้านการตลาดแบบเครือข่ายหลายชั้นเพียงบริษัทเดียว ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2554 พอเริ่มงาน ก็มีน้ำท่วมเสีย 2 เดือน แม้กระนั้นผลงานที่ผ่านมาก็ยังเข้าตาบอร์ดของ ทีโอที ไม่น้อยทีเดียว ที่มีความคืบหน้าเพิ่มลูกค้าเข้าใกล้ 100,000 ซิมเข้าไปทุกที แม้จะมีเวลาทำงานจริงๆเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น เพื่อเร่งรัดการขยายงานเพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เจ้าของธุรกิจรายย่อยกับ SSN คว้ารายได้ระดับห้าแสนได้รวดเร็วขึ้น จึงเกิด โครงการแปดอาทิตย์พิชิตเบนซ์ขึ้นมา

โครงการแปดอาทิตย์พิชิตเบนซ์ เป็นแนวนโยบายของที่ปรึกษาด้านการตลาดของบริษัท SSN อาจารย์ประทีป แตงทอง ผู้เคยมีชื่อเสียงเลื่องลือในวงการประกัน ได้เปิดการติวเข้มให้แก่เจ้าของธุรกิจรายย่อยของ SSN เข้าร่วมโครงการเมื่อสัปดาห์ก่อน (15 ม.ค.) 200 กว่าท่าน แล้วเริ่มเดินหน้าลงพื้นที่ทันทีผลงานในสัปดาห์แรกได้ผลเกินเป้าที่ตั้งไว้ โดยคนหนึ่งต้องหาให้ได้ 4 คน กำลังเป็นที่สนใจของผู้ที่ต้องการรายได้ห้าแสนในแปดสัปดาห์ แถมรถเบนซ์ C-200 ราคา 2.7 ล้านให้อีก 1 คัน

ตัวสินค้าเป็นค่าแอร์ไทม์ของ 3.9G TOTที่ SSN เปิดโอกาสให้ผู้ใช้มือถือเข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่ใช้เงินลงทุนต่ำ โดยทีโอที จะใช้การตลาดใช้แล้วบอกต่อ มาขยายเครือข่ายผู้บริโภค

โทรศัพท์ 3.9G ให้เป็นวาระแห่งชาติ ช่วยประเทศไทยให้มีเงินค่าโทรศัพท์มือถือที่ทั้งประเทศใช้กันอยู่ร่วม 500,000 ล้านบาทต่อปี ได้หมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ จะดีกว่าปล่อยให้เม็ดเงินจำนวนนี้ไหลออกนอกประเทศหลังจากหักค่าแรงงานแล้ว

ส่วนหลายท่านที่ไม่ทราบว่าปกติทุกเดือนจะมีค่าการตลาดมือถืออยู่ประมาณ 8,000 ล้านบาท ที่เม็ดเงินจำนวนนี้ไม่เคยคืนกลับมาสู่ผู้บริโภค ในมิติใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น ที่ SSN ที่มีท่านพลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร อดีตรอง ผบทบ. เป็นประธานนั้น นอกจากผู้ใช้โทรศัพท์ 3.9G กับ SSN จะมีโอกาสได้ใช้โทรฟรีในเครือข่ายเดียวกันตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ยังได้ช่วยชาติ และได้แบ่งผลกำไรอีกมากกว่าเดือนละ 4 ล้านบาทต่อเดือนคืนกลับมายังผู้ใช้อีกด้วย

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ต้องการเข้าร่วมโครงการ โดยคัดเลือกเฉพาะผู้ที่ต้องการคว้ารายได้เงินห้าแสนในระยะเวลาเพียง 8 สัปดาห์ จะต้องหาทีมงานที่ต้องการอย่างเดียวกันอีก 4 คน เข้ามาเป็นสมาชิกของ SSN และเข้ารับการอบรมติวเข้ม วิธีการปฏิบัติงาน ก่อนเริ่มทำงานสัปดาห์แรก พร้อมๆกันกับหัวหน้าทีมละ 5 คน โดยสมาชิก 4 คนที่ได้รับคัดเลือกเข้ามาร่วมโครงการ ต้องคัดสรรเพื่อนร่วมทีมในอุดมการณ์เดียวกันต่อไปอีกคนละ 4 คนให้ได้ภายใน 1 สัปดาห์ และมาเข้าร่วมติวเข้มก่อนลงปฏิบัติงานให้ได้อีกคนละ 4 คนใน 1 สัปดาห์ต่อไป ใช้หลักเกณฑ์เช่นนี้ต่อๆกันไปจนครบ 8 สัปดาห์

ในหลักการของแผนการตลาดไบนารี่ จะเกิดเครือข่ายผู้บริโภคเพิ่มขึ้นได้มากถึง 87381 คน ภายในเวลา 8 สัปดาห์ โดยทีมเริ่มแรก 1+4 ส่งทอดภารกิจเช่นเดียวกันออกไปแก่ทุกๆทีมที่หนุนเนื่องเพิ่มเข้ามาทุกสัปดาห์ ในโครงสร้างนี้หากร่วมงานกันสมบูรณ์ทั้งระบบจะมีผู้ได้รับ เมอซีเดสเบนซ์ 3 ราย

ผู้สนใจโครงการนี้ เพื่อจะเข้าอบรมเช้าวันเสาร์ รีบตัดสินใจแจ้งความจำนงค์ได้ที่คุณสมศักดิ์ ตามเบอร์โทรที่มุมล่างซ้ายของเว็บเพจนี้ ส่วนรายละเอียดต่างๆของ 3.9G TOT กับการตลาดของ SSN ท่านศึกษาได้จาก 'วาระแห่งชาติกับ 3.9G' ในกูเกิล และที่ลิงค์นี้

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555

โอกาสของบัณฑิตใหม่

โอกาสของบัณฑิตใหม่

http://www.ainews1.com/article859.html

เมื่อเข้าไปดูข้อมูลของมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศ ปรากฏว่ามีอยู่หลายร้อยแห่งทีเดียว ปีหนึ่งๆจึงมีผู้ที่จบการศึกษาเป็นแสนๆคนทีเดียว แต่ตลาดงานที่จะรองรับบัณฑิตที่จบการศึกษาเหล่านี้ มีน้อยเทียบไม่ได้กับจำนวนผู้ที่จบการศึกษาออกมา

ส่วนการจะเลือกอาชีพเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายปีก่อนรัฐบาลมีนโยบายจะช่วยให้บัณฑิตใหม่และเก่าจบการศึกษามาแล้ว 5 ปียังไม่มีงานทำ เข้ารับการอบรมพิเศษ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ในกิจการอาชีพต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้บัณฑิตเหล่านั้น ได้มีทุนที่รัฐบาลจะช่วยให้กู้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม

ซึ่งข้าพเจ้าเคยไปร่วมบรรยายที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เพื่อเปิดโอกาส ให้พวกเขาได้ทราบช่องทางในการเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว

หลังจากนั้นต่อมาโครงการนี้ก็เงียบหายไป ไม่เป็นที่นิยมของบัณฑิตทั้งหลายที่ผ่านการอบรม และส่วนใหญ่คงยังมองไม่เห็นช่องทางว่าจะไปเริ่มต้นเองได้อย่างไร และตนเองจะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆให้อาชีพที่เลือกเจริญงอกงามนั้นไม่ใช่ของง่าย เนื่องจากไม่มีทุนความรู้เดิมมาก่อน ส่วนใหญ่จะมุ่งหางานในอาชีพลูกจ้างพนักงานบริษัทต่างๆเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตำแหน่งงานมีไม่เพียงพอ และเงินค่าตอบแทนต่ำ ไม่เพียงพอแก่การครองชีพในปัจจุบัน ที่มีอัตราเงินเฟื้อไปไกล มีความแตกต่างของอัตรารายได้และรายจ่ายที่ไม่สมดุลกัน

เช่นดูง่ายๆเมื่อสมัยที่ทองคำมีราคาบาทละ 400 บาท อัตราเงินเดือนในขณะนั้นประมาณ 900-1,500 บาท แต่ปัจจุบันราคาทองคำขึ้นไป บาทละ 25,000 บาท อัตราเงินเดือน ยังอยู่แค่ 9,000 บาทเป็นต้น ในขณะที่ค่าของเงินบาทลดค่าไปแล้ว 62 เท่าตัว ดังนั้นโอกาสหางานทำและให้มีรายได้พออยู่ได้ของบัณฑิตใหม่ทุกสาขาวิชา เป็นเรื่องที่ไม่สมดุลกับปริมาณ และรายได้ของบุคคลากรที่จบการศึกษาออกมาแต่ละปี ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างจริงจังแต่อย่างใด

เมื่อบัณฑิตใหม่ทุกสาขาวิชาที่จบการศึกษาออกมาแล้ว ยอมรับความจริงข้อนี้ หรือจะเลี่ยงไปศึกษาต่อให้สูงขึ้นก็ตาม จบออกมาก็ไม่มีตำแหน่งงานที่จะรองรับอยู่ดี หากย้อนกลับไปพิจารณาบิลเกตต์ก็ดี บัปเฟตต์ก็ดี หรือแม้แต่ประธานของกลุ่มซีพีก็ดี ผู้ประสบความสำเร็จเหล่านี้ไม่ได้ใช้เวลาของชีวิตที่มีอยู่ไม่มาก อยู่ในสถานศึกษาอย่างยาวนาน กลับใช้เวลาของตนในการประกอบอาชีพที่ตนเล็งเห็นว่ามีรายได้ จากน้อยๆไปสู่ความมั่งคั่งด้วยประสพการณ์และความรู้จากแหล่งต่างๆระหว่างการทำงานไปด้วยตลอดเวลา และยังนำความรู้และประสพการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆมาต่อยอดองค์ความรู้ของตนอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย ไม่ต้องเข้าไปเรียนรู้อย่างละเอียดด้วยตนเอง เป็นการเรียนลัดทางหนึ่ง เช่นประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน เกาหลีใต้ ที่เมื่อก่อนแสนยากจน ข้าพเจ้าไปทานข้าวในโรงแรมที่นั่น ยังมีเสียงหวอหลบภัย เตือนประชาชนให้เข้าที่หลบภัยเป็นระยะๆ และพวกเขาค่อนข้างจะยากจน เลือกก๊อบปี้สินค้าดีๆของคนอื่น และนำมาปรับปรุงต่อยอดเสียใหม่ให้ก้าวไกลไปกว่าต้นตำรับด้วยซ้ำไป ทำให้มีสินค้าจำหน่ายออกไปทั่วโลกในราคาที่ไม่แพงเป็นต้น

ทีนี้บัณฑิตใหม่เหล่านี้จำนวนเป็นล้านๆคน ที่ต่างก็ใช้โทรศัพท์ทือถือกันทุกคน ใช้จ่ายเดือนละหลายบาทอยู่ บางคนก็ใช้เป็นพันๆบาททีเดียว ในโลกยุคTransformation อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ เช่นค่าการตลาดมือถือในประเทศมีมูลค่าเดือนละประมาณ 8,000 ล้านบาท แต่เดิมเงินค่าใช้จ่ายจำนวนนี้ไม่เคยตกมาถึงมือผู้บริโภคแม้แต่บาทเดียว กลับไปอยู่ที่เจ้าของค่ายมือถือต่างๆที่ล้วนเป็นของต่างชาติที่มากอบโกยเงินไทยออกไปต่างประเทศทั้งสิ้น

ส่วนการจะนำเงินค่าการตลาดมือถือกองโต ให้ย้อนกลับมาสู่ผู้ใช้มือถือได้นั้น ต้องการอุปกรณ์การตลาดที่ทรงประสิทธิภาพ และสิ่งประกอบอื่นๆอีกหลายอย่างผสมกันเข้า จึงจะเป็นผลสำเร็จช่วยประเทศชาติได้อย่างดี นำเงินค่าใช้มือถือซึ่งใช้กันถึงปีละประมาณ 500,000 ล้านบาทให้กลับมาหมุนเวียนอยู่ในประเทศ ส่วนผู้ร่วมทำภารกิจชาติคราวนี้เป็นครั้งเดียวและโอกาสเดียว ที่เกิดขึ้นแล้วกับประเทศไทย ที่บัณฑิต ที่จบการศึกษาทุกสาขาวิชา จะระดมกันเข้ามาร่วมกันทำภารกิจช่วยชาติครั้งนี้ กันได้ทั่วประเทศไม่ว่าจะจบการศึกษาสาขาไหนๆ จบมาเมื่อไรก็ตาม สามารถมาก๊อบปี้รูปแบบการทำงานตามความถนัดของตนได้อย่างรวดเร็ว และเรียนรู้ประสพการณ์ของคนอื่นที่นำมาแชร์ให้ฟัง ให้แก่ผู้ที่ยังไม่รู้วิธีการได้เข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้ทันที ส่วนที่ใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์ต่างๆก็มีให้พร้อมใช้สนับสนุนการทำงาน

ส่วนที่ต้องอาศัยบอกปากต่อปากในแต่ละหมู่บ้านในแต่ละตำบลอำเภอ ก็สามารถทำได้ เนื่องจากแทบทุกคนใช้โทรศัพท์มือถือ แต่ไม่มีใครไปบอกเขาว่าปัจจุบันมีโอกาสได้ใช้โทรศัพท์ฟรี มีโอกาสได้รับรายได้คืนกลับมา จากการใช้โทรศัพท์ทุกๆเดือน มีโอกาสได้รับการชดเชย ยามเมื่อสมาชิกเสียชีวิต ดีกว่าเงินสินไหมทดแทนต่างๆที่มีอยู่ด้วยซ้ำไป และบัณฑิตทุกๆคนย่อมมีเพื่อนๆใช้โทรศัพท์มือถืออยู่มากกว่า 10 คนขึ้นไปทั้งนั้น ทำไมไม่นำมาร่วมกันโกยเงินค่าการตลาดกองโตที่รอทุกคนอยู่ในกูเกิล เพียงค้นคำว่า 'วาระแห่งชาติกับ 3.9G' ท่านก็จะเข้าไปศึกษาค้นรายละเอียดว่า เงินค่าการตลาดมือถือที่ว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่ เมื่อพบและแน่ใจแล้วว่ามันมีอยู่จริงทุกๆเดือนอีกด้วย แล้ววิธีการที่จะใช้อุปกรณ์อย่างไร ใช้อย่างธรรมดา หรือใช้อย่างมืออาชีพ หรือใช้อย่างลูกกตัญญูต่อคุณพ่อคุณแม่ มีหลากหลายวิธี ให้เราเลือกเอา

เมื่อศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองจากเว็บเพจต่างๆที่พร้อมให้เราศึกษาได้อย่างละเอียดทุกซอกมุม ทำให้เราพร้อมออกมาทำภารกิจช่วยชาติคราวนี้ได้ทันที เงินลงทุนก็น้อย และเป็นการลงทุนระยะสั้นก็จะได้เงินลงทุนนั้นคืนกลับมา แล้วรับรายได้สะสมมากขึ้นไปทุกๆสัปดาห์ทุกๆเดือน อย่างเทียบกันไม่ได้กับนโยบายรัฐบาลเดือนละ หมื่นห้า หรือคำแนะนำให้รัฐบาลเพิ่มเงินเดือนข้าราชการเป็น 22,000 บาทโดยประธานซีพีก็ตาม นั่นไม่ใช่เป้าหมายรายได้ของผู้ที่จะเข้ามาทำภารกิจช่วยชาติคราวนี้กับ 3.9G TOT กับค่าย SSN ซึ่งมีท่านพลเอก พิเชษฐ์วิสัยจร อดีตรอง ผบทบ.เป็นประธาน

ได้ชี้ช่องเข้าโพรงมหาสมบัติ ของค่าการตลาดมือถือให้แล้ว ที่เหลือเป็นหน้าที่ของบัณฑิตทั้งหลายทั่วประเทศ รวมทั้งน้องๆที่กำลังศึกษาอยู่ก็สามารถแบ่งเวลาเรียนมาช่วยชาติ ชวยตนเองและครอบครัวได้เช่นเดียวกัน แล้วประเทศไทยจะมีเม็ดเงินหมุนอยู่ภายในประเทศเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 20% ของเงินงบประมาณประเทศแต่ละปีทีเดียว

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วย....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์/article385.html Bookmark and Share

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

ประธานซีพีแนะรัฐขึ้นเงินเดือน

ประธานซีพี แนะรัฐขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 22,000 บาท

http://www.ainews1.com/article844.html

เพิ่งได้ข่าวสั้น แจ้งมาว่า ประธานของ ซีพี แนะให้รัฐบาลขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการเดือนละ 22,000 บาท ปรับค่าแรงงานขั้นต่ำเป็นวันละ 500 บาท เศรษฐกิจจะได้เติบโต...นั่นเป็นแนวความคิดของเจ้าของธุรกิจเงินทุนระดับโลก ท่านผู้อ่านเห็นด้วยไหมหรือไม่ก็แล้วแต่ ....มนุษย์เงินเดือน

แต่ในฐานะของกลุ่ม 'วาระแห่งชาติกับ 3.9G' นั้นเห็นว่าหากเราแก้ปัญหาให้เม็ดเงินไทยไม่ไหลออกนอกประเทศได้ปีละ 500,000 ล้านบาท และนำเม็ดเงินจำนวนั้นมาหมุนเวียนในประเทศอีก 10 รอบ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างดีทางหนึ่งทีเดียว ในขณะที่งบประมาณแผ่นดินมีเพียง 2.3 ล้านล้านต่อปีเท่านั้น หากมีเม็ดเงินเพิ่มเข้ามาในตลาดอีก 20% เศรษฐกิจย่อมจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับลดอัตราเงินเฟื้อลงไป หรือชลอให้อัตราเงินเฟื้อให้น้อยลงด้วย ในขณะเดียวกันยังมีเงินค่าการตลาดมือถืออีกเดือนละประมาณ 8,000 ล้านบาท สามารถเอามาแบ่งปันกันในระหว่างผู้ใช้มือถือกับ SSN จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างดีอีกทางหนึ่ง

การส่งเสริมให้ประชากรในประเทศใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เศรษฐกิจมันแก้ไม่ได้เป็นงูกินหาง แม้จะเพิ่มเงินเดือนซักเท่าไดก็สู้กับราคาสินค้าไม่ได้ ตกลงผู้ที่ไม่มีเงินเดือน เฉาตายกันพอดีพ่อค้ารวย ต้องพึ่งพาแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่พยายามส่งเสริมการใช้จ่ายแบบเดียวกับผู้มีเงินรายได้สูง หรือเลียนแบบอเมริกันใช้เงินพลาสติค ทุกคนต้องใช้จ่ายแต่พอตัว ให้พออยู่ได้ ดูอเมริกาเป็นตัวอย่างที่เลือกใช้เศรษฐกิจผิดทางของธรรมชาติ อดีตประธานาธิบดีคนหนึ่งของเขา บอกเอาไว้นานแล้ว เกือบ 200 ปี ถ้าอเมริกาเอาเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีมาใช้ ต่อไปประเทศชาติล่มจมแน่ นี่กำลังไปเป็นแถว แก้อย่างไรก็ไม่ฟื้น อียูก็กำลังปั่นป่วน เยอรมันเองก็จะช่วยพยุงเอาไว้ไม่ไหว

อันที่จริงประเทศสหรัฐฯนี้เศรษฐกิจของเขาล่มไปแล้วตั้งแต่ 2008 ถึงปัจจุบันก็อาการไม่ดีทั้งภาคเอกชนและภาครัฐเอง พิมพ์ดอลลาร์ออกมาใช้โดยไม่มีหลักทรัพย์หรือทองคำค้ำประกัน เที่ยวบังคับให้นาๆประเทศต้องใช้ดอลลาร์เป็นสกุลเงินแลกเปลี่ยน ในการซื้อขาย แล้วมันจะเหลือมูลค่าที่แท้จริงที่ไหน จะกลายเป็นแบ๊งค์กงเต็กไม่รู้วันไหน ถ้าหากชาวอเมริกันไม่หลอกตนเอง ทองคำแท่งที่ให้ประเทศต่างๆนำไปฝากเอาไว้ ก็ไม่มีจะคืนให้เจ้าของ เรื่องกำลังฟ้องร้องเรียกคืนจากเจ้าของทองคำกันอยู่ในศาลที่นิวยอร์คในปัจจุบัน

ภาวะเศรษฐกิจทำท่าจะเข้าไปสู่ภาวะก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 วงจรเก่าๆกำลังจะกลับมาใหม่ต้นเหตุของมันก็มาจากความฟุ่มเฟือย มีประชากรไม่ถึง 300 ล้านคนแต่ใช้สินค้าของโลก ประเทศเดียว 60% ส่วนอีก 40% ที่เหลือแบ่งกันใช้ทั้งโลก มันเกินความจำเป็นไปขนาดไหน อย่าไปเอาแบบอย่างการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมาจากประเทศเหล่านี้เลย เราเป็นคนไทยอยู่แบบไทย อยู่กับทรัพยากรของเรา ใช้ของไทยกินของไทย ให้เงินทองหมุนเวียนอยู่ในประเทศ เข้าใจเรื่องนี้ให้ถูกต้องก็จะอยู่ได้สบายๆ...หากธรรมชาติไม่ยื่นมือเข้ามาจัดการก็จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 อีกแน่

บรรดาลูกหลานไทยจบอุดมศึกษาสาขาต่างๆออกมาปีละหลายแสนคน แต่หางานรองรับไม่ได้ นักศึกษาที่จบแล้วและที่กำลังจะจบใหม่ ไม่ต้องเรียนต่อให้เปลืองเงินทองของพ่อแม่ หรือของชาติ มาช่วยกันช่วยชาติใน 'วาระแห่งชาติกับ 3.9G'ได้เลย ถึงรัฐบาลจะปรับเงินเดือนให้ตามที่เจ้าสัวซีพีแนะนำก็ตาม มาช่วยกันขยายเครือข่ายผู้ใช้มือถือกับ กลุ่ม วาระแห่งชาติกับ 3.9G ก็จะมีรายได้มากกว่าหลายเท่าของอัตราเงินเดือนที่เจ้าสัวแนะนำ และผู้ใช้มือถือทั่วทั้งประเทศก็มาช่วยชาติได้ หันมาใช้ 3.9G ของ ทีโอที กระทรวงการคลังถือหุ้น 100% เงินค่ามือถือจะได้ไม่ไหลออกนอกประเทศปีละหลายแสนล้านบาท

ชาวไทยที่ใช้มือถือทุกท่าน ลองศึกษาทำความเข้าใจ กับความเป็นจริงของชาติ แล้วจะพบว่าปัญหาของชาติ ต้องใช้คนในชาติที่เกิดปัญญาแล้ว เข้ามาช่วยกันแก้ไข จึงจะสำเร็จ 3.9G ของ ทีโอที กับ SSN บริษัทคนไทย ที่มีท่านพลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร เป็นประธาน มีอุปกรณ์การตลาดสมัยใหม่ พร้อมให้ผู้รักชาติทุกหมู่เหล่าเข้ามาร่วมใช้ ร่วมรับรายได้ค่าการตลาด ช่วยชาติประหยัดเงินค่ามือถือไม่ต้องไหลออกนอกประเทศ ทุกคนมาร่วมพลังสามัคคีกันให้พร้อมเพรียง รวดเร็ว ไม่ต้องรอจนกระทั่งโครงข่ายบริการ 3.9G แล้วเสร็จ 1 มิถุนายน แต่อย่างใด

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพของตนเอง ทั้งด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

เถ้าแก่ใจกว้าง

เถ้าแก่ใจกว้าง

http://www.ainews1.com/articcle834.html

โลกยุค Transformation เถ้าแก่ทั้งหลาย ต้องใจกว้าง เนื่องจากกระแสโลกของความเปลี่ยนแปลงเดินหน้าไม่หยุด จนกระทั่งสถานะความเป็นมนุษย์จะเสมอๆกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกันอีกต่อไป ในที่สุดจะเหลือแต่คนใจกว้างถึง 89 % ในสังคมโลก โลกก็จะปรับขึ้นเป็น 4th Density ตามพระอาทิตย์ไป

ส่วนเถ้าแก่ทั้งหลาย มีใจกว้างเป็นทุนเก่าอยู่แล้ว เถ้าแก่ในที่นี้หมายรวมเอาเจ้าของบริษัททั้งหลาย องค์การสมาคมต่างๆ ที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน แม้แต่ชมรมศิษย์เก่านาๆชนิดก็ดี ทุกๆแห่งล้วนยังต้องอาศัยเงินทุนหมุนเวียน ในกิจการของตน และภายในสมาคมของตน และในชมรมต่างๆ การเพิ่มกองเงินทุนสำรองสำหรับให้หน่วยงานต่างๆมีพอ ไม่ต้องรบกวนจากสมาชิก ในรูปแบบจัดงานต่างๆ ทางองค์กรนั้นๆสามารถนำเงินสำรองออกมาใช้จ่ายได้อย่างเพียงพอ แม้แต่นำเงินกองกลางไปช่วยสังคมที่ขาดแคลนในรูปแบบต่างๆ ให้พี่น้องชาวไทยที่ขาดโอกาส หรือยังเอื้อมมือไม่ถึงได้มีกินมีใจตามอัตภาพ ไม่ต้องหน้าเหี่ยวหน้าแห้ง ไร้ความสุข

ส่วนช่องทางโอกาส ที่ทุกฝ่ายที่ใช้มือถือ สามารถนำตนเอง และองค์กรของตัว หรือบริษัทของตน เข้ามาร่วมแบ่งรายได้ค่าการตลาดมือถือทั้งประเทศ ซึ่งมีมูลค่าประมาณเดือนละ 8,000 ล้านบาท หากทุกคนเข้ามาเอาเงินค่าการตลาดก้อนนี้มาแบ่งปันกันในกลุ่มผู้บริโภค และกลุ่มผู้ที่เข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจ กับระบบการตลาด อีเล็คโทรนิคส์ของ SSN ที่มีท่านพลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร เป็นประธาน ได้ลงทุนติดตั้งระบบการตลาดดังกล่าวเอาไว้ให้สมาชิก เจ้าของธุรกิจส่วนตัวทุกท่าน เข้ามาใช้ร่วมกัน และพร้อมใจกันทั้งประเทศเข้ามาร่วมใช้บริการ 3.9G TOT กับระบบการตลาดของ SSN ซึ่งจะบริหารมูลค่าการตลาด นำมาแบ่งกันระหว่างสมาชิกในบริษัท และ SSN ให้ทุกๆฝ่ายมาร่วมทำวาระแห่งชาติ 3.9 G TOT ร่วมกับ SSN

โอกาสตรงนี้เปิดให้เถ้าแก่ทุกระดับ ที่ต้องการเพิ่มรายได้ให้แก่พนักงานในบริษัท พร้อมกับมาช่วยชาติประหยัดเงินป้องกันไม่ให้ไหลออกนอกประเทศปีละมหาศาล โดยที่บริษัทเองไม่ต้องควักกระเป๋า แถมทางบริษัทที่เป็นต้นสายของพนักงานเป็นร้อยเป็นพันที่ต่างใช้มือถือ ยังมีรายได้ของตนเองจากส่วนแบ่งมูลค่าการตลาดมือถืออีกด้วย มากน้อยแล้วแต่วิสัยทัศน์ของเถ้าแก่นั้น จะมองเห็นช่องทาง ทะลุปรุโปร่งหรือไม่เท่านั้น พนักงานทุกคนต่างมีเพื่อนๆนอกบริษัท และญาติพี่น้องอีกมากกว่า 10 คนที่จะมีโอกาสมาใช้บริการโทรฟรีกับ SSN 24 ชั่วโมงบนเครือข่ายเดียวกัน และยังมีเงินทอนจากระบบกลับมาให้อีกด้วย พร้อมทั้งมีเงินกองทุนสวัสดิการอีกหลายรูปแบบให้แก่สมาชิกที่เสียชีวิต และช่วยเหลือสังคม

ในนโยบายช่วยเหลือสังคมนี้ แต่ละสมาชิกหรือองค์กร สามารถนำไปประยุกต์จัดรูปแบบสวัสดิการผู้เสียชีวิต อุปถัมภ์แก่ผู้ที่ขาดญาติพี่น้องเอาใจใส่ให้มีชีวิตที่น่ารื่นรมณ์ร่วมกันได้อีกด้วย เมื่อเขาถึงแก่อายุขัย เงินค่าทำศพก้อนโตที่เหลือเอาไว้ให้แก่ผู้ที่ให้การอุปถัมภ์ค้ำชู ให้ชีวิตของเขาในบั้นปลายมีความสุข และอบอุ่นได้อย่างดีอีกด้วย โดยระบบการตลาดของ SSN จะช่วยเหลือทุกๆคนที่เข้ามาทำกิจกรรมตรงนี้ จากกองทุนสวัสดิการ ที่โตเพิ่มขึ้นทุกๆเดือน เอาไว้เกื้อกูลแก่สมาชิกที่วายชนม์แต่ละเดือนเฉลี่ยแบ่งกัน

นอกจากนี้บรรดาเถ้าแก่ทั้งหลาย มีเถ้าแก่เพื่อนๆที่ทำธุรกิจสัมพันธ์กันอยู่แล้ว ก็สามารถแบ่งปันโอกาสนี้ห้แก่ทุกๆคนได้อีกด้วย โดยนำมาอยู่ในทีมงานเดียวกัน ต่างคนต่างมีรายได้จากระบบการตลาดของ SSN ด้วยกัน ช่วยกันทำให้เงินรายได้มือถือทั้งประเทศประมาณ 500,000 ล้านต่อปี ไม่ต้องถูกนำออกนอกโดยชนต่างชาติ

ดังนั้นการเป็นคนใจกว้างจะทำให้ประเทศชาติมั่นคงเพิ่มขึ้น ลูกหลานมีกินมีใช้ไม่ฝืดเคือง เฉพาะเงินรายได้ในกิจการมือถืออย่างเดียว มากกว่าตลาดอาหารเสริมทั้งประเทศประมาณ เกือบ 10 เท่า

ว่าอันที่จริงเมื่อเถ้าแก่ได้มาเข้าระบบกับ SSN แล้ว แนะนำลูกค้าและพนักงานในระยะสั้นๆ ทีมงานเหล่านี้ที่ได้รับโอกาส เขาจะทำงานต่อๆกันไปเป็นระบบ เถ้าแก่ก็จะเบาแรงไม่ต้องเหนื่อยยากสักเท่าใด ได้ช่วยประเทศชาติให้มีเงินหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศปีละหลายแสนล้านบาทเพิ่มเข้ามา

จึงฝากข้อเสนอแนะนี้เอาไว้ให้แก่ทุกๆวงการที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น ได้เข้ามาช่วยชาติทำวาระแห่งชาติ 3.9G กับ SSN ร่วมกันโดยเร็วอย่างไม่มีเงื่อนไขชักช้าใดๆอีกต่อไป ประเทศชาติกำลังรอวันเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่เกื้อกูลกันทุกวงการ ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ ท่านพลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร ก็ได้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้ประโยชน์ร่วมกันเอาไว้ให้แล้ว

จึงหวังให้ทุกวงการ เข้ามาร่วมเปลี่ยนถ่ายการใช้มือถือมาเป็น 3.9G ทั่วกันโดยเร็ว ภายในเดือน พฤษภาคม 2555 ให้หมดทั้งประเทศ

หากเถ้าแก่ทุกท่านได้ใช้เวลาศึกษา และพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ด้วยใจเป็นกลาง ทุกๆฝ่ายในสังคมไทยต่างจะได้รับสวัสดิการจากมูลค่าการตลาดมือถือเดือนละ 8,000 ล้านบาทได้ส่วนหนึ่งช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล เป็นความเหมาะสมในยุค Transformation ของโลกอย่างแท้จริง และเมื่อท่านได้เข้ามาร่วมทำวาระแห่งชาติ กับ 3.9G กับ SSN ครั้งนี้ จะเป็นผลงานเพื่อชาติที่ทุกคนจะภาคภูมิใจได้อย่างหนึ่งทีเดียว

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยด้วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html Bookmark and Share

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

ความเป็นมาของพระธาตุแสงแก้ว_ทุ่งหัวช้าง

ความเป็นมาพระธาตุแสงแก้ว- ตำบลทุ่งหัวช้าง

http://www.ainews1.com/article833.html

บอกเล่าโดยพ่อครูจรูญ สุริยวงศ์

เรื่องราว เกิดที่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 8 ตำบลทุ่งหัวช้าง อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน

ในปลายเดือนมีนาคม 2543 หลังจากที่แม่บัวเขียว สุริยวงศ์ คุณแม่ของข้าพเจ้า (อาจารย์จรูญ สุริยวงศ์) ไหว้พระสวดมนต์ เจริญสมาธิ ภาวนา ประจำวันแล้ว ท่านได้สังเกตเห็นแสงสว่างเป็นดวงเล็กๆ ขนาดหัวมือได้ลอยไปมา

ช้าๆ มีแสงสวยคล้ายแสงหิ่งห้อย

เพียงแต่มีขนาดโตกว่าหิ่งห้อยมากและไม่กระพริบเหมือนหิ่งห้อย ดวงแสงกลมๆ นั้นลอยไปมาอยู่นานพอสมควร ทำให้ในห้องโถงบ้านสว่างไสว พอมองเห็นอะไรได้ ท่านรู้สึกแปลกใจว่าเป็นอะไรกันแน่ แต่ใจก็มิได้นึกกลัว ท่านได้ตั้งสติพนมมือกล่าวคำอธิษฐานเบาๆว่า

'สาธุ ถ้าหากสิ่งที่ข้าพเจ้าเห็นนี้ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอได้โปรดสำแดงอภินิหาร ด้วยเถิด' หลังคำอธิษฐาน ดวงแสงกลมๆ ได้ขยายขนาดประมาณผลส้ม แล้วเปล่งประกายแสงพวยพุ่งออกมาหลายสีสวยงาม ท่านเองถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ ท่านก็ส่งเสียงเรียกปลุกให้ข้าพเจ้าและภรรยาตื่น ข้าพเจ้าสะดุ้งตื่นตกใจและรีบออกมาแต่ปรากฏว่าไม่ทันได้เห็นแสงประหลาดดังกล่าว ข้าพเจ้าถามคุณแม่ว่า 'อะไรครับแม่' ท่านตอบว่าไม่ทราบ แต่น่าจะเป็น 'พระธาตุเด็จ' หลายวันต่อมา ข้าพเจ้าได้ไปทำความสะอาดโต๊ะหมู่บูชา และได้พบก้อนหินลักษณะกลมขนาดเท่าหัวแม่มือ สีขาวขุ่น มีเส้นลายและจุดเล็กทั่วไป คิดว่าน่าจะเป็นลูกแก้วของเด็กชายเอก น้องชายคนเล็กของภรรยาข้าพเจ้า ที่มาจากจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้นำออกมาจากโต๊ะหมู่บูชา ไปใส่กระป๋องรวมกับลูกแก้ว 3 วันต่อมา ท่านแม่ยายก็พาน้องชายกลับไปบ้านที่จังหวัดสมุทรสาคร ตอนขนของขึ้นรถ ข้าพเจ้ายังได้ถือกระป๋องใส่ลูกแก้วพร้อมทั้งก้อนหินนั้นไปส่งด้วย เป็นอันว่า ก้อนหินนั้นเดินทางไปไกลถึงสมุทรสาครแล้ว

ปลายเดือนมีนาคม 2546 ระยะเวลาห่างกัน 2 ปีเต็ม ได้เกิดเหตุการณ์ซ้ำสอง ในตอนดึกสงัด ได้ยินเสียงคุณแม่ คือ คุณแม่บัวเขียว สุริยวงศ์ เรียกปลุก ข้าพเจ้าสะดุ้งตื่นแล้วรีบปลุกทันที พอโผล่พ้นประตูห้องนอนก็ต้องตะลึงงันกับแสงสว่างงดงาม รู้สึกขนลุกทั้งตัวด้วยความปีติ ดวงแสงนั้นค่อยๆ ลอยๆไปทางโต๊ะหมู่บูชาแล้วแสงลดขนาดลงแล้วดับไป อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ข้าพเจ้าได้ไปทำความสะอาดโต๊ะหมู่บูชาก็ไปพบก้อนหินกลมๆ ก้อนเดิมอีก พิจารณาดูเท่าไหร่ก็เหมือนก้อนเดิม แต่ก็แปลกใจว่าได้ส่งไปสมุทรสาครตั้ง 2 ปีแล้ว ทำไมมาอยู่ที่นี่อีก และหรือชะรอยว่าก้อนหินนี้จะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีแสงสว่างในคืนก่อน จึงได้นำใส่ไว้ในเบ้าเชิงเทียน บนโต๊ะหมู่บูชา

หลายวันต่อมา ขณะที่ภรรยาของข้าพเจ้าได้ไปทำความสะอาดโต๊ะหมู่บูชาแล้วทำหน้าตื่นลงมาหา แล้วถามข้าพเจ้าว่า 'คุณเห็นอะไรแปลกๆที่โต๊ะหมู่บูชาไหม?' ข้าพเจ้าเข้าใจทันทีว่าหมายถึงอะไร จึงตอบว่า 'เห็น' ภรรยาถามอีกว่า 'ใช่ไหม?' ข้าพเจ้าตอบว่า 'สงสัย' การที่ภรรยาถามว่าใช่ไหมนั้น หมายถึงพระธาตุเสด็จนั่นเอง ทั้งสองเราได้ทบทวนเหตุการณ์ ครั้งที่สองที่เกิดขึ้นในบ้านและเวลาพบเห็นก้อนหินนั้นก็เป็นเวลาหลังจากเหตุเกิดไม่กี่วันเช่นเดียวกัน เพื่อคลายความสงสัย จึงตกลงกันว่าต้องนำไปถามท่านครูบาชัยวงศาพัฒนา เทพเจ้าของชาวเขา เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จะดีที่สุด เรารอจนลุถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 (แปดเหนือ)

วัดพระธาตุดอยกวางคำ มีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุ ข้าพเจ้าและภรรยา พร้อมด้วยพระอธิการอมร เตชะปัญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดจริญญาวนารามได้พร้อมใจกันำพระอรหันตธาตุ 8 องค์ และลูกแก้วประหลาดนี้ รวมเป็น 9 องค์ ไปกราบนมัสการเรียนถามท่านครูบาชัยยะวงศ์ษา ครูบาเจ้าท่านรับไปพิจารณาแล้วหลับตาครู่หนึ่ง ท่านจึงบอกว่า ทั้งหมดนี้มิใช่ก้อนหินแต่เป็นพระธาตุทั้งสิ้น ยกเว้นองค์สุดท้ายท่านแกล้งทำเป็นนิ่งหันไปอมเมี่ยงสูบบุหรี่จนข้าพเจ้าต้องทวงถามว่า แล้วองค์สุดท้ายกลมๆ นี่ละครับเป็นพระธาตุของใคร ท่านหันกลับมามองหน้าข้าพเจ้าแล้วอมยิ้มนิดๆ (แต่ที่อยากรู้จริงๆก็คือองค์สุดท้ายว่าคืออะไรกันแน่) ครูบาเจ้าได้บอกว่า นี่คือพระธาตุของพระพุทธเจ้า แต่เป็นพระพุทธเจ้าองค์ก่อนโน้นไม่ใช่องค์นี้ เรียนถามท่านอีกว่า ชื่อว่าพระธาตุอะไรครับ ท่านว่า 'พระธาตุแสงแก้ว' 'แล้วมาอยู่ที่บ้านผมได้อย่างไร' ท่านตอบว่า 'พระธาตุนี้ศักดิ์สิทธิ์มากท่านจะลอยไปในอากาศ มีแสงสว่างขาวนวลสวยงาม อย่างที่คนทั้งหลายเห็นกันว่าพระธาตุเสด็จให้บูชารักษาไว้ให้ดี วันนั้นเราทั้งสามดีใจมากที่หายข้องใจและมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาอยู่ด้วย

จากนั้นมาอีก 2 ปี ในวันที่ 23 เมษายน 2538 เป็นวันคล้ายวันเกิดของครูบาท่าน พวกเราทั้งสามคนได้นำพระธาตุไปวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม และเรียนถามท่านเพิ่มเติมว่า 'จะให้กระผมทำอย่างไร?' ท่านตอบว่าให้บูชารักษาให้ดี และให้สร้างพระเจดีย์ไว้ประดิษฐานในวัด ถามท่านว่า 'กระผมเป็นครูบ้านนอกยากจนเช่นนี้จะมีปัญญาไหนมาสร้างพระเจดีย์ได้' ท่านตอบว่า 'ท่านมาหาเราก็เพราะว่าเราสร้างได้ แต่ตอนนี้ไม่ต้องทุกข์ใจให้บูชาไว้ร่มเย็นดี อีกหน่อยจะมีผู้มีบุญที่เคยเป็นเจ้าของเก่าเขาจะพากันร่วมสร้างเอง' ท่านบอกด้วยเมตตายิ่ง และต่อมาครูบาเจ้าได้เดินทางชี้จุดที่จะสร้างพระเจดีย์ให้ที่อารามจริญญาวนารามด้วยองค์ท่านเอง

จากวันนั้นจวบจนเดือนเมษายน 2548 ได้มีพระสมุห์สง่า สนตจิตโต ลูกศิษย์ของท่าน ครูบาเจ้าได้เดินทางมาหาข้าพเจ้าที่บ้านและได้ขอดูพระธาตุ อีก 1 เดือนต่อมา วันที่ 15 พฤษภาคม 2548 พระสมุหสง่า สนตจิตโต ได้นำแบบพระธาตุที่ได้ออกแบบเองและมาเป็นประธานฝ่ายส่งฆ์เริ่มดำเนินการก่อสร้างและข้าพเจ้าเป็นฝ่ายฆราวาสควบคุมดูแลการสร้าง โดยมีทุนเริ่มต้นเพียง 1 หมื่นบาทเท่านั้น จากนั้นท่านได้ชักนำท่านสัตวแพทย์ สุรจิต ทองสอดแสง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านเทคโนโลยีกรมปศุสัตว์เป็นประธานฝ่ายอุปถัมภ์การก่อสร้าง

(สำหรับองค์พระธาตุนั้น ท่านผู้รู้หลายท่านได้พิสูจน์ทดสอบเล็งญาณเห็นพ้องต้องกันว่า เป็นพระธาตุของพระพุทธกัสสป พระพุทธเจ้าองค์ที่ 3 นั่นเอง)

อาจารย์จรูญ อาจารย์พาณี สุริยวงศ์

12 กรกฎาคม 2551

นอกจากองค์พระธาตุที่ได้ฉลองไปแล้ว ยังมีการพัฒนาอื่นๆเกี่ยวกับเป็นวัดที่ครบถ้วน ยังมีโอกาสที่ท่านสาธุชนจะร่วมบุญกุศล ผ่านไปที่ท่านพ่อครูจรูญ ที่ดูแลการก่อสร้างมาตั้งแต่ต้น และประกาศให้พระ เทพ พรหม เทวดา ทั้งหมด ที่พระธาตุแสงแก้วได้ร่วมโมทนากับการทำกุศลของเรา ให้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เช่นหลวงปู่ดู่ บอกไว้ว่า เองนึกถึงข้าครั้งหนึ่ง ข้าคิดถึงเองไปกลับ 7 เที่ยวเป็นต้น หลวงปู่ไม่ได้นึกถึงเราเปล่าๆร่วมโมทนาบุญและช่วยส่งเสริมเราให้ทำสิ่งเป็นประโยชน์ได้คล่องตัวและรวดเร็วเพิ่มขึ้น เมื่อเราขอและแจ้งวัตถุประสงค์ กับท่านผู้เจริญทุกท่าน หลายๆท่านอาจรู้จักคุ้นเคยกับเราในชาตินี้มาก่อน จะได้เกื้อกูลช่วยเหลือกันต่อๆไป พ่อครูใช้ บ/ช ธนาคารกรุงไทยสาขาลำพูน: 511-1-53974-3 โทร 053-975189 กรุณาเรียนท่านว่ารู้มาจากเว็บนี้ ขอมีส่วนร่วมสร้างพระธาตุแสงแก้วด้วย

ท่านสาธุชนได้มาไหว้พระธาตุกันแล้ว ได้รับโอกาสใหม่ๆเพิ่มขึ้น ในด้านจิตใจ ส่วนในทางกายใจที่ยังต้องทำงานเพื่อยังชีวิตต่อไป พร้อมๆกับมาช่วยชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เนื่องด้วยประเทศไทยสูญเสียเงินรายได้ค่าใช้โทรศัพท์มือถือให้แก่ต่างชาติปีละประมาณ 500,000 ล้านบาท โลกยุค Transformation ทุกคนที่ใช้มือถืออยู่แล้วสามารถเข้ามารวมพลังสามัคคีช่วยชาติประหยัดเงินมหาศาลดังกล่าว โดยเข้ามาร่วมใช้อุปกรณ์ ที่ SSN โดยท่านประธานบริษัท ท่านพลเอก พิเษฐ์ วิสัยจร ได้ลงทุนติดตั้งระบบการตลาดอีเล็คโทรนิส์ เอาไว้ให้ทุกๆใช้พร้อมแล้ว ลงรายละเอียดได้ที่ ลิงค์นี้ ครับ